วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

สรยุทธ ลาออกจาก ช่อง 3 เพราะ

“สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ทนแรงเสียดทานไม่ไหว ประกาศทางอินสตาแกรมเลิกจ้อหน้าจอช่อง 3 ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.เป็นต้นไป พร้อมขอบคุณแฟนคลับและผู้สนับสนุน ส่วนความเคลื่อนไหวก่อนพิธีกรชื่อดังตัดสินใจถอย ลูกค้าโฆษณารายใหญ่ เริ่มแห่ถอนการสนับสนุนอีก ทั้งบริษัทประกันฯ และโทรศัพท์มือถือ ส่วนวงเสวนาของสมาคมนักข่าวฯ วิทยากรหลายฝ่ายสับเละถามถึงจริยธรรม หนุนกดดันไม่ดูช่อง 3 ทุกรายการ กรรมการ กสทช.ประกาศเรียกผู้บริหารช่อง 3 สอบถามข้อเท็จจริง พร้อมเชิญผู้บริหารฟรีทีวี 26 ช่องหารือ กำหนดแนวบทลงโทษให้เป็นมาตรฐานกลางในอนาคต ด้าน “บิ๊กตู่” ไม่ห้าม ขรก. ออกรายการสรยุทธ แต่หวั่นประชาชนเข้าใจรัฐบาลผิด ส่วนวิป สปท.ดึงญัตติด่วน ปัญหามาตรฐานทางจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชนเข้าพิจารณาด้วย

กรณีศาลอาญาตัดสินจำคุกนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง ฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำกัด เป็นเวลา 13 ปี 4 เดือน คดีทุจริตค่าโฆษณาบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กว่า 138 ล้านบาท แต่พิธีกรชื่อดังยังคงจัดรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ และเจาะข่าวเด่น ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อยู่ต่อไป จนกลายเป็นกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จนสมาคมสื่อวิทยุโทรทัศน์หลายสำนักออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายสรยุทธหยุดจัดรายการไปก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด นอกจากนี้ บริษัทห้างร้านและหน่วยงานต่างๆที่ซื้อโฆษณาในรายการอยู่ เริ่มทยอยประกาศถอนโฆษณาออกจากรายการ
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 มี.ค. นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ประกาศในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ตั้งแต่เย็นนี้ผมขอยุติการทำหน้าที่พิธีกร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับช่อง 3 เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ขอบคุณครอบครัวช่อง 3 ขอบคุณแฟนข่าว ขอบคุณทุกกำลังใจ จนกว่าเราจะพบกันใหม่ครับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา 3 มีนาคม 2559” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาผ่านไปแค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็มีคนเข้าไปกดไลค์กว่า 1 หมื่นคน และมีกว่า 2 พันคอมเมนต์ ส่วนใหญ่จะเข้าไปเขียนให้กำลังใจนายสรยุทธ นอกจากนี้ นายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวอดีตเพื่อนรักได้แคปชั่นเอาข้อความในอินสตาแกรมของนายสรยุทธมาโพสต์ในอินสตาแกรมของตัวเองด้วย เหมือนเป็นการช่วยเผยแพร่ข่าวสารอีกทางหนึ่ง ซึ่งมีคนเข้าไปกดไลค์และเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวก่อนที่นายสรยุทธจะประกาศยุติการทำหน้าที่พิธีกร ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนา “สื่อตรวจสอบสังคม สังคมตรวจสอบสื่อ ความท้าทายบนเส้นทางจริยธรรม” วิทยากรประกอบด้วย นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย น.ส.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ นางสุวรรณา จิตประภัสสร์ มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้อำนวยการสถาบันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และนายสุวิทย์ มิ่งมล ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อสมท ถึงกรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดังถูกศาลสั่งจำคุกคดีทุจริตค่าโฆษณา 138 ล้านบาท และสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

นายเทพชัย หย่อง กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่มีเรื่องความรับผิดชอบบนพื้นฐานจริยธรรมสื่อ ในสถานการณ์ที่คาดหวังให้มีการปฏิรูปสื่อ แต่กรณีนายสรยุทธเลยขั้นของจริยธรรมไปแล้ว แต่ผู้บริหารช่อง 3 กำลังบอกสังคมว่า ถ้าคุณคิดว่าเราไม่ดี ไม่มีจริยธรรมก็ไม่ต้องดูเรา และไม่มีการดำเนินการใดกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องธุรกิจ มองว่านายสรยุทธยังเป็นตัวดึงความนิยมหรือโฆษณา เป็นความคิดที่ผิด ดังนั้น เป้าใหญ่ไม่ใช่อยู่ที่นายสรยุทธเพราะปลายเหตุแล้ว แต่อยู่ที่ผู้บริหารช่อง 3 จะดำเนินการต่ออย่างไร เพราะทำให้องค์กรสื่อตกเป็นเป้าถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วย ไม่แฟร์กับคนทำสื่อคนอื่นต้องมาตอบสังคมทั้งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ขณะที่ผู้ก่อกลับนั่งอ่านข่าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สังคมควรจะออกมาช่วยกันกดดันทั้งผู้บริหารช่อง 3 และตัวนายสรยุทธ ให้ยอมรับผิดในความเป็นจริยธรรมสื่อ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า กรณีนายสรยุทธถือว่าเป็นความผิดของบุคคล กสทช.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ทางกฎหมายต้องให้สื่อควบคุมดูแลกันเอง แต่วันที่ 7 มี.ค. ตนจะเรียกผู้บริหารช่อง 3 มาสอบถามถึงข้อเท็จจริง เพราะเข้าใจว่าบทลงโทษของแต่ละสำนักข่าวต่างกัน ทั้งนี้ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ จะเชิญผู้บริหารสถานี โทรทัศน์ฟรีทีวี 26 ช่อง มาหารือถึงกรณีของนายสรยุทธและช่อง 3 มีความผิดอย่างไรบ้าง จะให้ผู้บริหารฟรีทีวีเหล่านี้ กำหนดแนวบทลงโทษให้เป็นมาตรฐานกลางในอนาคต หากเกิดกรณีแบบนี้อีกในวันที่ 11 มี.ค.นี้
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นบทเรียนใหม่ และเป็นการพิสูจน์ถึงจริยธรรมการดูแลกันอย่างไร เป็นเรื่องความถูกต้องเหมาะสมของการทำหน้าที่สื่อ ไม่ใช่เรื่องของความสามารถที่ได้รับการยกเว้น คดียังไม่ถึงที่สุดก็จริง แต่ด้านจริยธรรมของวิชาชีพจะยกเว้นไม่ได้ ในกลุ่มความผิดของนักการเมืองเมื่อมีมูลความผิดการทุจริตคอร์รัปชันต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ทันที หรือบางประเทศต้องยอมลาออก รวมถึงฆ่าตัวตาย เพราะทำให้เสื่อมเสียวงศ์ตระกูลการทำหน้าที่สื่อ หากทำผิดมีหลักฐานหนักแน่นต้องยอมรับ เพราะอาจทำให้เสื่อมเสียถึงความเชื่อมั่นวงการสื่อสารมวลชน สิ่งสำคัญเด็กเยาวชนจะเกิดสับสนความผิดชั่วดี ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ หากไม่ทำอะไร สังคมต้องช่วยกันสกัดกั้น
นางสุวรรณา จิตประภัสสร์ กล่าวว่า เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค ประชุมระดับเครือข่ายทั่วประเทศ มีมติความเห็นร่วมกันต่อต้านไม่ยอมรับชมรายงานทุกรายการของช่อง 3 จนกว่าผู้บริหารช่อง 3 จะออกมาดำเนินการใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเรียกร้องให้ทุกคนกดดันบุคคลที่ให้การสนับสนุนเพื่อให้ถอนโฆษณาออก ส่วน น.ส.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ กล่าวว่า สังคมยอมรับเรื่องความเป็นสื่อไม่ยึดจริยธรรมไม่ได้ สังเกตในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านอย่างกว้างขวาง เรื่องนี้ทุกองค์กรต้องช่วยกัน โดยเฉพาะบริษัทโฆษณาให้หยุดการสนับสนุนช่อง 3 เพื่อให้สื่อใหญ่ยอมรับเรื่องจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสังคมไทยต้องการคนเล่าข่าวที่มีคุณภาพ ไม่ใช่นักเล่าข่าวที่ไร้จิตสำนึก
ขณะที่นายสุวิทย์ มิ่งมล กล่าวว่า ตนยอมรับว่าในองค์กร อสมท ยังมีบุคคลที่มีหลักฐานการทุจริตเรื่องนี้อีกมาก แต่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย ดังนั้นในฐานะประธานสหภาพแรงงานฯ อสมท จะดำเนินการหาหลักฐานเหล่านี้ และเรียกร้องให้องค์กรสื่อต่างๆตั้งสหภาพแรงงานฯ เพื่อตรวจสอบการคอร์รัปชันในบ้านตัวเอง และการดูแลควบคุมคนในองค์กรเดียวกันให้อยู่บนพื้นฐานจริยธรรม
ส่วนผลกระทบด้านโฆษณา นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทย–ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เผยว่า เมืองไทย–ประกันชีวิตเริ่มถอนตัวจากการเป็นผู้สนับสนุนโฆษณารายการเรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ที่มีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.59 เป็นต้นไป เนื่องจากบริษัทเป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จึงต้องการร่วมแสดงจุดยืนกับองค์กร ประกอบกับบริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล จึงพิจารณาการให้โฆษณาที่สอดคล้องกับนโยบายบริษัท หลังจากนี้หากมีการเข้าเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมหรือรายการใด จะพิจารณาเรื่องจริยธรรมและหลักธรรมาภิบาลอย่างเข้มงวด
ขณะที่นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ไทยประกันชีวิตได้ตัดสินใจถอดการเป็นผู้สนับสนุนโฆษณาวีทีอาร์ ช่วงเจาะข่าวเด่น ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ของบริษัทไร่ส้มไปแล้วเช่นกัน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ได้สั่งระงับโฆษณาในรายการที่นายสรยุทธเป็นผู้ดำเนินรายการทั้งหมดมีผลทันที เนื่องจากดีแทคเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายองค์กรต้านคอร์รัปชัน จึงจำเป็นต้องรักษาจุดยืนอย่างเคร่งครัด ส่วนหลังจากที่นายสรยุทธ ประกาศถอนตัวจากรายการทั้งหมดแล้ว ดีแทคจะพิจารณาปัจจัยแวดล้อมในเรื่องนี้ใหม่ในระยะต่อไป แต่ตอนนี้ยังระงับโฆษณาไว้ก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการสอบถามค่ายมือถืออีก 2 แห่งที่เหลือ ได้แก่ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พบว่า เอไอเอสกำลังอยู่ระหว่างรอการตัดสินใจ ส่วนทรูนั้นช่วงนี้ไม่มีโฆษณาในรายการนายสรยุทธอยู่แล้ว
ความคืบหน้าจากตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีข้าราชการไปออกรายการของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ว่า ไม่เคยห้าม แต่ให้พิจารณาเองว่า ควรหรือไม่ สิ่งที่อยากให้ทบทวนเพราะวันนั้นปรากฏเทปสัมภาษณ์อธิบดีกรมสรรพากรออกมา เอามาออกทำไม เมื่อมีเหตุการณ์หรือสถานการณ์เกิดขึ้นแล้วมีคำสั่งศาลออกมา ทำไมไม่เอาเทปอื่นมาออก แต่เทปนี้ออกอากาศไปแล้วเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเอามาออกซ้ำ ทำให้สื่ออื่นออกมาโจมตี อธิบดีรายงานว่า ให้สัมภาษณ์มา 2-3 อาทิตย์แล้ว ให้ไปถามช่อง 3 เพื่อประโยชน์อะไรให้คนมาว่ารัฐบาลไม่สนใจ ทำให้มีการโจมตีรัฐบาลว่า เคยบอกให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต แล้วทำไมถึงให้อธิบดีไปออกรายการที่มีปัญหา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่นายกฯกำชับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังการให้สัมภาษณ์กับสื่อ ภายหลังศาลตัดสินจำคุกนายสรยุทธว่า ตนได้ยินจากข่าว ไม่ทราบว่านายกฯเป็นคนสั่ง นายกฯไม่ได้พูดอะไร เมื่อถามว่า แนวคิดดังกล่าวเหมาะหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่า แต่หน่วยงานราชการจะต้องพึ่งสื่อในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชน นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วประเทศไทยมีกี่สื่อ พูดกับสื่อที่ทำเนียบรัฐบาลทุกวันนี้สบายใจจะตาย ต่อข้อถามว่า การที่คนซึ่งถูกศาลตัดสินยังออกพื้นที่สาธารณะควรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้คนอื่นพูดมากแล้ว ตนอย่าพูดเลย ยิ่งตนเป็นรองนายกฯที่กำกับดูแลอสมท ซึ่งเป็นเจ้าหนี้
ส่วนนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวธนาคารออมสินพิจารณาไม่ต่อสัญญาการซื้อโฆษณารายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ และเรื่องเล่าเช้านี้ของบริษัทไร่ส้ม จำกัดว่า ตามหลักการเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่มาตรการของกระทรวง เป็นดุลยพินิจของผู้นำองค์กรต้องพิจารณาเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องเป็นนโยบาย ไม่ต้องทำคำสั่งใดๆไปยังหน่วยงานต่างๆสังกัดกระทรวงการคลัง ถือเป็นอำนาจของแต่ละหน่วยงานพิจารณาความเหมาะสม เมื่อถามว่า กระทรวงการคลังพิจารณาการให้เจ้าหน้าที่ไปออกรายการของนายสรยุทธหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ต้องงดการให้สัมภาษณ์เพื่อความเหมาะสม หากเชิญมาต้องปฏิเสธด้วยความสุภาพ
ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้ที่ประชุมสปท.พิจารณากรณีปัญหามาตรฐานทางจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน ตามที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ โฆษกวิป สปท.และคณะเสนอ ที่ประชุมวิป สปท.ให้ความสำคัญและใช้เวลาในการพิจารณาญัตติดังกล่าวเป็นเวลานาน กระทั่งมีมติมอบหมายให้คณะ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน และคณะ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำญัตติไปศึกษาก่อนนำกลับมาให้วิป สปท.พิจารณาอีกครั้ง ก่อนบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมเพื่ออภิปรายต่อไป คาดว่าใช้เวลาศึกษา 30 วัน ส่วนจะนานเกินไปหรือไม่ คิดว่าการทำงานของ สปท.มุ่งสร้างมาตรฐานโดยรวม ไม่ได้มุ่งไปที่กรณีใดกรณีหนึ่ง เน้นภาพรวมทำงานเชิงวิชาการมากกว่าทำงานเชิงประเด็น ดังนั้นก่อนนำเรื่องนี้บรรจุเข้าสู่ที่ประชุมต้องมีทางออก มิได้พุ่งเป้าไปที่การอภิปรายโดยไม่มีทางออก ซึ่ง พญ.คุณหญิงพรทิพย์เห็นด้วยตามมติของที่ประชุมวิป สปท.
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องการให้สื่อมีองค์กรวิชาชีพสามารถกำกับดูแลกันเอง จากเหตุการณ์นี้ มีกลุ่ม องค์กรและสมาคมออกมาแสดงท่าที แต่มีประเด็นที่น่าคิดคือบอกว่าไม่ได้มีผลผูกพัน จะเห็นด้วยจะเชื่อหรือไม่ก็ได้ จะปฏิบัติหรือไม่ก็ได้ กำลังจะบอกว่าต้นสังกัดก็ดี ผู้เกี่ยวข้องก็ดี หรือแม้แต่คนที่จะตัดสินใจไปร่วมรายการก็ดี วันนี้คงจะต้องจับตาดูวัดกันว่า ตกลงเราคิดว่าบรรทัดฐานควรจะเป็นอย่างไรถ้าต่างฝ่ายต่างคิดถึงประโยชน์ คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องบุคคล เรื่องอะไรไม่ได้เกี่ยวกับเรา จะซื้อโฆษณาก็ได้อะไรก็ได้ ในที่สุดต้องบอกว่า ความคาดหวังที่จะเห็นการวางบรรทัดฐานต่างๆคงไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ขณะนี้เป็นบททดสอบสำคัญกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เมื่อถามถึงท่าทีของช่อง 3 ที่ให้นายสรยุทธดำเนินรายการได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดว่านายสรยุทธและทางช่อง 3 มีระบบการจ้างสัญญาอย่างไร ขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาระดับหนึ่ง ในแง่ที่ว่าคดียังไม่ได้ถึงที่สุด
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอก เอ็นเตอร์– เทนเม้นต์ จำกัด เจ้าของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เผยว่า นายสรยุทธเข้ามาหารือกับผู้บริหาร ก่อนที่จะตัดสินใจขอยุติการทำหน้าที่พิธีกรทั้งหมด ตามที่นายสรยุทธได้แจ้งต่อสาธารณชนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัว ซึ่งผู้บริหารช่อง 3 ก็น้อมรับและเคารพการตัดสินใจของนายสรยุทธ ซึ่งระบุไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อช่อง เรายอมให้เขาออกและทำได้เพียงให้กำลังใจ เขาทำรายการกับเรามาเกือบ 13 ปี คิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้เขามีเวลาเตรียมข้อมูลเพื่อต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป นี่เป็นการตัดสินใจของนายสรยุทธเอง ไม่มีการบีบ เขาเข้ามาพบผู้บริหาร คุยกันและได้ข้อสรุปแบบนั้น
นายสุรินทร์ยังกล่าวถึงการหาคนมาแทนนายสรยุทธว่า เป็นเรื่องกะทันหันมากและมีหลายอย่างต้องเตรียมตัว เบื้องต้นเรายังคงใช้ทีมเดิมอยู่ แต่มองคนที่จะมาแทนไว้บ้างแล้ว ต้องรอดูว่าทีมโปรดิวเซอร์จะตัดสินใจอย่างไร ทั้งในส่วนของรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ส่วนช่วงเจาะประเด็น ที่นายสรยุทธเป็นผู้ดำเนินรายการในข่าวช่วงเย็น “เรื่องเด่นเย็นนี้” นั้น เบื้องต้นน่าจะยุบไปเลย เพราะเป็นช่วงเวลาเพียง 15 นาที ความจริงข่าวที่จะนำเสนอมีเหลือเฟืออยู่แล้ว จึงน่าจะยุบเป็นเวลาของข่าวเย็นไป

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ร่วมไว้อาลัย "ดีเจฟ้า"


ร่วมไว้อาลัย "ดีเจฟ้า" ดีเจสาววัยรุ่นที่โด่งดัง ในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการมิกซ์เสียงเพลง ที่ผูกคอเสียชีวิต พร้อมทิ้งจดหมายลา พ่อ-แม่ ครอบครัวตั้งสวดศพที่ บุรีรัมย์.....


เป็นข่าวสะเทือนใจโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก หลังมีการแชร์เรื่องราวของ "ดีเจฟ้า" ดีเจสาววัยรุ่นที่โด่งดังในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการมิกซ์เสียงเพลง โดยดีเจฟ้าได้ตัดสินใจผูกคอตาย เนื่องจากปัญหาส่วนตัว พร้อมทั้งได้เขียนจดหมายบอกลาถึงพ่อและแม่ โดยเล่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับตนเอง ทั้งนี้เฟซบุ๊ก "DjjoeAudiokey Thailand" ที่ได้ร่วมงานกับดีเจฟ้า ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัย พร้อมวอนให้หยุดเผยแพร่ภาพที่เกิดเหตุที่ดีเจฟ้าเสียชีวิตด้วย


"น้องฟ้า น้องสาวคนนี้เป็นคนน่ารักดือเป็นบ้างครั้งเรียกได้ว่าเป็นตัวป่วนของทีมเลยก็ว่าได้ เธอชอบเปิดเพลงมากๆเวลาเธอเปิดเพลงมักจะขอต่อเวลาและจะเต้นแล้งเต้นกาแบบแปลกๆแต่ก็ดูน่ารักเป็นตัวของตัวเองดี เวลาว่างเธอจะชอบตามไปดูรุ่นพี่เปิดเพลงที่เรดซีด ด้วยนิสัยเด็กกะโปโลเมื่อไปเจอ เฮียเจ๋งเรดซีด เฮียเลยตั้งชื่อเหมือนลูกสาวชื่อดีเจนํ้าหวาน ซึ้งเป็นที่มาของคำว่า DjNectar น้องเป็นคนเข้มแข็งมากๆ ทุกอย่างสู้ชีวิตเก็บอาการมากมีปันหาอะไรเวลาขึ้นเวทีเธอจัดเต็มตลอดเหมือนข้างหลังไม่มีปันหาอะไร ผมคิดว่าปันหาทุกคนก็มีไม่เหมือนกันบางคนอาจจะผ่านไปด้วยดี บางคนก็เจอทางตัน ผมไม่อยากเรียกว่าคิดสั้นครับ เพราะน้องสาวคนนี้สู้มานานมากแล้ว น้องคงเหนื่อย คงล้า แล้วอยากพัก ขอน้องสาวผมพักนะครับ รูปในที่เกิดเหตุเป็นไปได้ไม่ต้องแชรไม่ต้องโพสนะครับ เพราะเวลาแม่เค้าเห็นนํ้าตาจะไหลตลอด #ลูกศิษย์ตัวน้อย"


ขณะเดียวกันก็มีการเผยแพร่ข้อความสุดท้ายของดีเจฟ้าเขียนผ่านเฟซบุ๊กของตนเอง "DjNectarAudiokey" ที่ตอนนี้ได้ปิดตัวลงไปแล้ว โดยระบุว่า "ฉันกำลังยิ้มอยู่ ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่อยู่ข้างๆ คอยบอกและคอยสอน ขอบคุณอาจารย์ที่สอนหนู ขอบคุณพ่อแม่ที่ทำให้หนูโตขึ้นมา ขอบคุณปัญหาที่ทำให้เราสู้ ขอบคุณทุกคนและตลอดไป"
ทั้งนี้งานสวดพระอภิธรรมศพของดีเจฟ้า จัดขึ้นที่ วัดทุ่งสว่างจ.บุรีรัมย์ และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. นี้


วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เจนี่ Good News

ต่อมเผือกทำงานกันเป็นแถว!!! เมื่อม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โพสต์ภาพ Good News (ข่าวดี) พร้อมแฮชแท็กว่า #timesmycheekshurtfromsmiling ทำเอาชาวเน็ตสงสัยว่า มีข่าวดีอะไรถึงขนาดทำให้เธอติดแฮชแท็กยิ้มแก้มปริได้ขนาดนี้ แถมยังมีคนสนิทอย่าง หมอเอก มาคอมเม้นท์แสดงความยินดี รวมทั้งน้องร่วมแก๊งอย่าง มิ้นต์ ชาลิดา ที่มาโพสต์แซวให้ดูน่าสงสัยเข้าไปอีก...         




  หลายคนเลยเดาว่า อาจจะเป็นข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงานใหม่ของเธอก็เป็นได้ แต่บางส่วนกลับลงลึกไปยังแฮชแท็กนี้ที่ สาวเจนี่ เคยใช้มาแล้ว 3 รูปเฉพาะโมเม้นท์พิเศษกับคนพิเศษอย่าง หนุ่มกึ้ง เฉลิมชัย เท่านั้น จนมีแฟนๆ เข้ามาคอมเม้นท์ถามถึงเรื่อง หมั้นและการแต่งงาน แต่สาวเจ้ากลับลบคอมเม้นท์นั้นทิ้งไป           ล่าสุด หมอเอก โพสต์ภาพกอดยินดี เจนี่ ทำเอาเพื่อนเลิฟอย่าง นานา ไรบีนา ถึงกับงง! เข้ามาคอมเม้นท์ถามว่า "คืออะไรอะ น้อง งง เจี๊ยบคือไร" จนเจ้าตัวมาตอบให้คลายความสงสัยว่าแค่ เรื่องงาน แต่ถึงจะเคลียร์แล้วก็ไม่วายโดนมองสร้างกระแสอีกตามเคย ก็แหม...ใกล้เปิดตัวธุรกิจฟิตเนสของตัวเองแล้ว ก็ต้องมีข่าวเช็คเรตติ้งกันหน่อยชิมิจ๊ะ สาวเจนี่   ขอบคุณภาพจาก IG @janienineeleven, kueng_chalermchai, moraek8

อ่านต่อ : http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/54501

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

#ทีมทับทิม

  งานนี้อาจมีพลิก อดีตทีมงาน VRZO ทั้ง หลุยส์ - อ้วน ต่างพากันไปมีทติ้ง พร้อมกับเจอทับทิมและติดแท็กให้กำลังใจทับทิม แบบนี้รู้เรื่อง....



          หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทับทิม มัลลิกา และ ปลื้ม สุรบถ ได้ออกมาประกาศว่าทั้งสองขอยุติความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา เหลือคงไว้แค่ฐานะเพื่อน เพราะเมื่อลองใช้ชีวิตคู่แล้วกลับพบว่ารักกันแบบเพื่อนมากกว่านั้น ล่าสุด (5 กุมภาพันธ์ 2559) สาวทับทิมก็ได้กลับไปนัดมีทติ้งกับกลุ่มเพื่อนสนิท และอดีตทีมงาน VRZO ที่มีทั้งหลุยส์ VRZO และ อ้วน VRZO ซึ่งทั้งหลุยส์และอ้วน ก็พร้อมใจกันติดแท็ก #teamtubtim เพื่อให้กำลังใจทับทิมอีกด้วย






  วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ก่อนหน้านี้ที่บรรดาสมาชิกของ VRZO ได้ทยอยออกจากรายการไปตั้งบริษัทใหม่นั้น ก็มีการคาดการณ์ว่า ทับทิมอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เพื่อนซี้ดั้งเดิมของปลื้มแตกคอกัน จนกลายมาเป็นแท็ก #VRZOวงแตก แต่เมื่อปรากฏภาพของหลุยส์และอ้วนที่ประกาศชัดว่าอยู่ข้างทับทิมแบบนี้ บอกเลยว่า งานนี้อาจมีหักมุม พลิกล็อกมากมายมหาศาล

“ปลื้ม” เคลียร์“ทับทิม”

“ปลื้ม สุรบถ” โพสต์สวนทันควัน ยันรู้จักสาวคนใหม่หลังเลิก “ทับทิม มัลลิกา” ปัจจุบันไม่ได้คุยแล้ว ย้ำรูปกอดกันในห้องน้ำไม่ใช่ตนแน่ เดินหน้าตั้งทนายฟ้องหมิ่นฐานทำให้เสื่อมเสียแล้ว วอนเสพข่าวอย่างเข้าใจและเป็นกลาง
       

       เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ไม่น้อยหลังจากที่มีการผุดแฮชแท็ก VRZO วงแตก - ทีมทับทิม ออกมาแฉว่าต้นเหตุการเลิกรากันระหว่าง “ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย” และ “ทับทิม มัลลิกา” จนทำให้ฝ่ายชายออกมาประกาศว่าเพิ่งรู้ตัวว่ารักแบบเพื่อนทั้งที่แต่งงานอยู่กินกัน 3 ปีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แท้จริงแล้วเป็นเพราะฝ่ายชายมีหญิงคนใหม่






 โดยเพจดังอย่างใต้เตียงดาราจัดหนักจัดเต็ม แชร์ภาพจากไอจีที่มีการจับผิดหญิงปริศนาคนหนึ่ง ซึ่งใส่ทั้งกำไล และหมวก เหมือนกับปลื้ม รวมไปถึงภาพจับมือ ผ้าปูที่นอนในห้องนอนก็ยังคล้ายกันอีกด้วย
       
       แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นมีการเผยภาพพี่สาวทับทิมที่เข้าไปกดไลก์ในเพจดังกล่าว ในข่าวที่ VRZO กลับมารวมตัวพร้อมให้กำลังใจทับทิม โดยมีการแชร์ภาพดังกล่าวพร้อมข้อความระบุว่า “ความจริงก็คือความจริง #teamtubtim” รวมทั้ง “ ความจริงถูกเปิดเผย เมื่อเมียน้อยปรากฏตัว คือ มันมีมานานแล้วล่ะ น้องกูทนมานานละ สงสารน้องชิป ไอ้เลว ช่วยกันแชร์เยอะ ๆ” จนถูกวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลเลยทีเดียว
       


       
             และไม่ปล่อยให้ค้างคาใจนาน ล่าสุด “ปลื้ม” ได้ออกมาโพสต์ข้อความเคลียร์ผ่านไอจีส่วนตัว ลั่นคุยสาวใหม่หลังเลิกทับทิม ปัจจุบันไม่ได้คุยแล้ว เผยตั้งทนายจ่อฟ้องหมิ่น อยากให้คนเสพข่าวอย่างเป็นกลาง
       “ผมเพิ่งได้เห็นเรื่องเกี่ยวกับผมและน้องคนหนึ่งนะครับ เลยจะขอชี้แจงครับ 1. ตามที่ผมได้ชี้แจงไปแล้วว่าผมเลิกกับทับทิมมาสักพักแล้ว และผมได้เจอกับน้องเขาหลังจากเลิกกับทับทิมมาสักพักแล้วครับ 2. ตอนนั้นเราคุยกันครับ แต่เราคุยกันปกติครับ ไม่มีอะไรเกินเลยครับ 3. รูปที่เห็นว่าไปกินข้าวกัน ผมก็ไปกับเพื่อน ๆ อีกหลายคนครับ เราถ่ายรูปกันตามปกติครับ 4. รูปที่เห็นว่าไปที่บ้าน วันนั้นมีการจัดปาร์ตี้กันที่บ้านผม เพื่อน ๆ ผมมากันร่วม 10 กว่าคน ไม่ได้อยู่กัน 2 คนครับ
       

       5. รูปที่น้องเขากอดกับผู้ชายในห้องน้ำ ไม่ใช่ผมครับ ผมเป็นคนผอมมาก ไม่ได้โครงใหญ่ขนาดนั้นครับ 6. ปัจจุบันไม่ได้คุยกับน้องเขาแล้วครับ ด้วยเหตุผลบางประการครับ
       
       สุดท้ายผมไม่ทราบว่าคนที่นำเรื่องมาปะติดปะต่อต้องการอะไรนะครับ แต่ตอนนี้ได้ตั้งทนายดำเนินการแจ้งความและฟ้องร้องหมิ่นประมาทที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงให้ถึงที่สุดแล้ว หากมีใครได้เห็นข่าวสารอะไรที่เกี่ยวกับผมอีก ขอให้ทุกท่านเสพข่าวอย่างเข้าใจ และเป็นกลางด้วยครับ ขอบคุณครับ 

โผล่แล้วมือที่สาม ทับทิม ปลื้ม

ทับทิม มัลลิกา โบ้ยให้สื่อถาม ปลื้ม สุรบถ เป็นคำชี้แจงกรณีข่าวลือเตียงหัก ลั่นให้ฝ่ายชายพูดแทนน่าจะเหมาะสมกว่า ล่าสุด ทับทิม เปิดใจผ่านไอจี รับต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ขอบคุณทุกคนที่เคียงข้าง เผยลาออกจาก VRZO แล้ว...



หลังจากที่มีกระแสข่าวลือออกมาอย่างหนาหูว่าคู่รัก VRZO ทับทิม มัลลิกา จงวัฒนา และ ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย เตียงหักเลิกรากันไปเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้ามีแฟนๆ ได้สังเกตว่าทับทิมและปลื้มไม่ได้อัพรูปคู่กันลงอินสตาแกรมเหมือนอย่างเคย จากที่ปลื้มเคยฟอลโล่อินสตาแกรมของทับทิมเพียงคนเดิม ก็เลิกกดติดตามไปแล้ว และฝ่ายหญิงได้เปลี่ยนนามสกุล จาก หลีกภัย มาใช้ จงวัฒนา อีกครั้ง ยิ่งตอกย้ำกระแสข่าวลือรักล่มในครั้งนี้


และล่าสุดในช่วงเที่ยงของวันนี้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ได้ติดต่อไปยังทับทิม เพื่อสอบถามถึงกรณีข่าวลือเตียงหักที่มีออกมา ซึ่งทางทับทิมได้ตอบไลน์กลับมากับผู้สื่อข่าวบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ว่า
"ทับทิมและครอบครัวยังไม่พร้อมออกสื่อเลย ...ยังไงพี่ๆ ถามทางพี่ปลื้มดีกว่าน้อ .. ให้ฝ่ายชายเขาเป็นคนพูดอาจจะเหมาะสมกว่า .. ขอบคุณนะคะ"

ทางด้าน ปลื้ม สุรบถ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปทางโทรศัพท์แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากปิดเครื่องตลอดเวลา
ล่าสุด ปลื้ม สุรบถ ได้โพสต์ชี้แจงในอินสตาแกรมส่วนตัว @pleum_official ว่า "ตามที่เห็นข่าวของผมกับทับทิม และผมได้คุยกับทับทิมแล้ว ผมจึงได้รับหน้าที่เป็นคนชี้แจงข่าวครับ ผมขอชี้แจงว่า "ครับ เราเลิกกันมาสักพักแล้ว" แต่ไม่ใช่เพราะว่าเราทะเลาะกันหรือมีเรื่องไม่พอใจต่อกันครับ เราคุยกันดี และเราเข้าใจกัน เราต่างรู้ว่า "เรารักกันมากแค่ไหน" แต่เราเพิ่งมารู้ว่า "เรามีความรักและความห่วงใยกันแบบเพื่อน" อาจเป็นเพราะเราเริ่มกันมาแบบเพื่อน เราห่วงใยกัน ดูแลกัน ผูกพันกัน เราเข้าใจกัน เราเลยคิดว่ามันเป็นความรักแบบคนรัก แต่หลังจากมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราจึงเพิ่งเข้าใจว่า "มันไม่ใช่แบบคนรักแต่มันเป็นแบบเพื่อน มันไม่ใช่ในรูปแบบชีวิตคู่" ทับทิมคือเพื่อนที่แสนดีของผม เราดีต่อกันมาตลอด และต่อจากนี้เราก็จะดีต่อกัน กราบขออภัยทุกท่านที่ติดตามนะครับ ขอให้ทุกท่านโปรดเข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของเราทั้งสองด้วย ทั้งหมดมันมีเพียงเท่านี้ครับ
ขอบคุณครับ/ค่ะ...ปลื้ม/ทับทิม"
เมื่อเวลา 21.09 น.ด้าน ทับทิม มัลลิกา อดีตภรรยา เปิดใจผ่านอินสตาแกรม @tubtimofficial ว่า ชีวิตนี้ ไม่ได้หวังว่าจะเจอวันแบบนี้เหมือนกันค่ะ... แต่ยังไงแล้ว ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้... ทับทิมอยากพูดแค่คำว่า ขอบคุณ.. ขอบคุณเพื่อนรักและทีมงานทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเข้าใจ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ตาม ... ตัวทับทิมไม่ได้มีโอกาสถ่ายรายการให้แฟนๆ ได้ติดตามทางช่องหลักแล้ว เนื่องจากได้ขอลาออกเมื่อสิ้นเดือนมกรา ทับทิมขอโทษแฟนๆ น้องๆ ที่ไม่สามารถทำรายการให้มีต่อไปได้อีก ถึงแม้จะรักรายการมากและไม่อยากทิ้งมันไปก็ตาม...ขอบคุณมากนะคะทุกคน .. ชีวิตนี้ไม่มีอะไรดีเท่า มีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนที่ดี มีคนที่รักเรา แค่นี้ก็มากพอแล้วจริงๆ ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว.. ส่วนน้องเดค บ้านใหม่แม่เสร็จเมื่อไร ไปรับลูกมาอยู่ด้วยแน่นอนจ้า.

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

"จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช" รับ เมฆ จีบจริง

วันที่ 1 ก.พ. ที่ร้าน MuseThonglor ทองหล่อ ซอย 10 วีเจและนักแสดงชื่อดัง จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ให้สัมภาษณ์หลังมาเป็นพิธีกรในงาน Sleep Runway Present Fit and Fun ถึงเรื่องที่นักแสดงหนุ่มรุ่นน้อง เมฆ-จิรกิตติ์ ถาวรวงศ์ ประกาศเดินหน้าจีบ รวมถึงเรื่องที่เรียนจบปริญญาเอกแล้ว หลังจากทุ่มเทเวลา 7 ปีเต็ม





จ๋า เผยว่า  "เรื่องที่เมฆบอกว่าเดินหน้าจีบ ก็ตามนั้นเลยค่ะ น้องเขาก็บอกแบบนั้น" แล้วเราเปิดใจให้น้องไหม "ที่ผ่านมาจ๋าจะบอกตลอดว่าโสด แล้วปีที่ผ่านมาจ๋าพยายามทำเรื่องของตัวเองให้เสร็จคือเรื่องเรียน ตอนนี้เรียนปริญญาเอกจบแล้ว รู้สึกว่าชีวิตกำลังเดินไปในทางที่ดี และในช่วงที่เราโสดน้องก็เหมือนรู้จักกันอยู่แล้วเขาก็บอกแบบนั้นว่าจะจีบ เรารู้จักกันมานานหลายปีแล้ว แต่เขาเพิ่งจะบอกเมื่อไม่นานนี้ว่าจีบ"



เขาบอกกับเราตรงๆไหมว่าจีบ? "บอกค่ะ เขาบอกกับจ๋าเหมือนที่เขาให้สัมภาษณ์ไป ชื่นชมเรา" เราเปิดโอกาสให้เขาเข้ามาแค่ไหน "จ๋าไม่ได้เปิดหรือว่าปิดค่ะ ตอนนี้จ๋ามองแค่เรื่องของตัวเองมากกว่า  เราอยากให้ชีวิตเราดีและเราก็ไม่ได้รู้สึกว่านี่คือเปิดโอกาสหรือปิดโอกาส เขาเป็นคนดีที่เรารู้จัก และเขาก็ไม่ได้คิดอะไรไม่ดี จ๋าก็เลยไม่ได้กะเกณฑ์ว่าจะต้องอะไรยังไง" มีวี่แววว่าเขาจะจีบติดไหม "จ๋ายังพูดยืนยันมาตลอดว่าถ้าจ๋าจะเลือกใครสักคนหนึ่งตอนนี้อยากให้เป็นคนที่ถูกที่ใช่และอยากจะเดินหน้าไปยาวๆ ไม่อยากคบแล้วเลิก"


อายุที่ห่างกันเป็นอุปสรรคไหม "ใช่ สำหรับจ๋าเรื่องอายุก็มีปัญหานะ จ๋าว่ามันเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันคงไม่ได้แจกแจงอะไรมาก แต่จ๋าไม่ได้มองว่าเป็นปัจจัยที่เป็นปัญหาที่สุด เพราะจ๋าเคยเจอคนที่เข้ามาโตกว่า โตกว่าเยอะ รุ่นเดียวกัน รุ่นเด็กกว่าคือมันก็มีทั้งหมดทุกคนก็ปัญหาแตกต่างกันไป" วางตัวลำบากขึ้นไหมพอเขาบอกว่าจีบ "ตัวจ๋าเหมือนเดิม จ๋ามองว่าถ้าเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวก็เป็นปกติเหมือนเดิม ก่อนหน้านี้เคยเจอกันคุยกันปกติตอนนี้ก็ยังปกติเหมือนเดิมเพียงแค่มันเป็นความรู้สึกที่คนอื่นมองเข้ามามากกว่าเราก็จะรู้สึกนิดหนึ่งว่า เฮ้ยยังไงดี โดยส่วนตัวก็ยังยืนยันเหมือนเดิม"
คำจำกัดความความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ตอนนี้ "ก็คงเหมือนเดิม จ๋าก็ยังคงทำตัวปกติเหมือนเดิม คงไม่จำกัดความค่ะ จ๋าคงตอบแค่เรื่องของตัวเองดีกว่า"  ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยขึ้นไหม "ตัวจ๋าเองไม่ได้รู้สึกหรือเป็นอะไรที่แปลกประหลาดขึ้นมาแต่ว่าคนรอบข้างมากกว่าที่มีความสุขแทน เพื่อนก็ตกใจ ถามว่าโดนแซวไหม ถัาเป็นเพื่อนๆกันเองไม่ค่อยแซว จะเป็นคนรอบข้างที่จะแซว"

เขามาขอเราเป็นแฟนเลยไหม "เขาเพิ่งจะบอกว่าเมื่อไม่นานนี้ว่าจีบ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะรีบพูดอะไรไปมากกว่านั้น เขาก็รู้จุดยืนของจ๋าว่าจะไม่เลือกใครถ้าเกิดจ๋าไม่ได้รู้สึกว่าคนนี้ใช่"  อยากให้น้องเขาเผื่อใจไหม "จ๋าว่าอันนี้มันคงไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องพูดให้คนฟังตอนนี้สิ่งที่จ๋าอยากจะบอกเขาคือ จ๋าขอบคุณในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา รู้สึกดีที่เขานึกถึงถ้าเกิดมีเรื่องอะไรเขาออกมาปกป้องเรา จ๋ารู้สึกดีและขอบคุณ ตรงนั้นมากกว่า"

ตอนนี้คุยกันทุกวันไหม"ก็คุยค่ะ การที่ออกสื่อมันไม่ได้ผลที่เปลี่ยนไปต่อความสัมพันธ์สำหรับคนสองคน" เราคุยกับเขาคนเดียวไหม "ถ้าเกิดจ๋าพูดแบบนั้นมันแปลว่าจ๋าศึกษาดูใจซึ่งไม่ใช่ มันมีคนเข้ามาจีบ จ๋ายืนยันว่าปีนี้ขอสร้างอนาคตตัวเอง ที่ผ่านมาจ๋ามีความรักจ๋าโฟกัสความรักมันทำให้บางครั้งเรื่องที่จ๋าควรจะทำมันช้า จ๋าเลยคิดว่าตอนนี้ขอเดินหน้าเพื่ออนาคตตัวเองแล้วถ้าวันหนึ่งที่มีใครเข้ามาแล้วพอดีกับชีวิตเราแล้วทำให้ชีวิตเราดีขึ้นเราก็เดินไปกับคนนั้น"
เมฆมาวินไหม "อย่าไปเรียกอย่างนั้นเลยค่ะ" มีบางกระแสว่าน้องเกาะกระแสเรา "จ๋ามองว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ ก่อนหน้านี้รู้จักอยู่แล้วแต่ว่ามันไม่ได้เป็นประเด็นอะไรเพราะว่าคนอาจจะยังไม่รู้จัก แต่ปีนี้เป็นปีที่คนรู้จักเขาเยอะขึ้นอยู่แล้วก็เลยเหมือนมีคนจับตา" หลังจากนี้ไปไหนมาไหนจะเกร็งขึ้นไหมเพราะมีคนจับตามอง "ตัวเองไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนไปแต่ว่าคนอาจจะมองมีรู้สึกนิดๆเหมือนกัน" ที่บอกว่ามีคนเข้ามาบ้างเป็นคนในวงการไหม "มีบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงกับจีบจริงๆ มีมาหยอดอะไรบ้าง จ๋าก็แข็งแรงนะถ้าหยอดจ๋าไม่สนอยู่แล้ว"


"สำหรับเรื่องเรียนของจ๋า ตอนนี้เรียนจบป.เอกแล้ว หลังจากที่ต่อสู้มายาวนานเต็มแม็ก 7 ปีเต็ม ก่อนหน้านี้ลุ้นมากกลัวไม่จบกลัวไม่ทันเวลา ตอนนี้ก็จบแล้ว จะไปสอนแบบเป็นเกสต์ยังไม่ได้เป็นเต็มตัว  ส่วนจะเป็นที่ไหนต้องลองคุยรายละเอียดก่อนว่าพร้อมแค่ไหนมันคงไม่ใช่ว่าจบปุ๊ปสอนได้เลยก็ต้องเตรียมหลายอย่าง และปีนี้เป็นปีที่งานพุ่งงานวิ่งเข้ามาเยอะกำลังจะมีผลงานการแสดง และกำลังจะทำแอ็กติ้งคลาสกับเพื่อนจะเป็นคอร์สสอนแอ็กติ้งที่ใช้ดราม่ามาบำบัดชีวิตได้ทั้งการแสดงและการทำความเข้าใจตัวเอง"
"จ๋าจบรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รับปริญญาวันที่ 10 มีนาคมนี้ ที่รามอินเตอร์ ที่จะไปสอนเป็นวิชารัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ตอนนี้ก็มีคุยกันว่าจะเขยิบไป AEC กำลังคุยอยู่เพราะถ้าจ๋าจะทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบให้มันเต็มที่ว่าเรามีความสามารถไปถึงตรงนั้นหรือเปล่าก็จะไปเรียนภาษาเพิ่มค่ะ"
ติดตามข่าวดาราเพิ่มเติมได้ที่นี่ 
เครดิตโดย ข่าวสด

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

โดนใจ ! ซาร่า โพสต์คำคมภาพนี้ บอกจะสอนแม็กซ์เวลล์ให้เป็นสุภาพบุรุษ




ซาร่า คาซิงกินี โพสต์คำคมเกี่ยวกับผู้หญิงมาอ่อยผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว ชี้จะสอนแม็กซ์เวลล์ให้เป็นสุภาพบุรุษ ให้แมน ๆ และเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี


            เป็นซิงเกิลมัมที่ทั้งสวยและทั้งเก่งสุด ๆ เลยล่ะค่ะ สำหรับ ซาร่า คาซิงกินี่ คุณแม่ของน้องแม็กซ์เวลล์ ที่ตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นคู่แม่ลูกปาท่องโก๋ ไปไหนมาไหนตัวติดกันตลอด แถมหากใครได้ดูคลิปของซาร่าก็จะชื่นชมในวิธีเลี้ยงดูลูกแบบฉบับของเธอ ที่ไม่ตามใจ ล้มต้องลุกเอง ไม่โอ๋ อีกทั้งยังดุไม่ให้หนูน้อยแม็กซ์เวลล์เคยตัวอีกด้วย

            ส่วนล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2559 หม่าหมี้ซาร่าก็ได้โพสต์ภาพคำคมจาก ฮิวโก้ จุลจักร ที่ระบุว่า "ผู้หญิงที่เข้ามาอ่อยผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้ว ถามว่าน่าคบไหม ก็ไม่ได้น่าคบเท่าไร ซึ่งผมคงไม่หลงใหลคนที่พร้อมจะทำลายครอบครัวคนอื่น"





ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวทำให้หลายคนคิดว่า จะมีดราม่าอะไรกันซ่อนอยู่ หรือข้อความนี้ตั้งใจจะพาดพิงอดีตสามีหรือไม่ งานนี้ทำเอาสาวซาร่าต้องออกเบรกดราม่าดังเอี๊ยด ว่า... 

            "ไม่พาดพิงนะคะ เรา2คนคุยกันรู้เรื่องและตัดสินใจแยกทางกันไปนานมากแล้วน้า สถานะและความรับผิดชอบที่เหลืออยู่แค่พ่อและแม่ของลูกเราเท่านั้นเองค่ะ :) อยากให้ทุกคนเข้าใจ" 

ลิเดีย แจงคนท้องไม่ใช่คนป่วยออกกำลังกายได้



งานนี้แฟนคลับหน้าหงายไปตามๆกันอุตส่าห์เป็นห่วงกลับโดนตอกกลับด้วยข้อความแรงๆแบบนี้ จนหลายคนถึงกับขอเลิกติดตามและไม่กล้าที่จะแสดงความยินดีด้วยแล้ว

ลิเดีย แจงดราม่า! บอกคนท้องไม่ใช่คนป่วยออกกำลังกายได้





ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ เจอดราม่า! ออกกำลังกายตอนตั้งครรภ์ บอกศึกษามาและระมัดระวังอย่างดี ขอโทษที่ใช้คำพูดแรงไปนิด กลายเป็นดราม่าขึ้นมาอีกแล้วหลังว่าที่คุณแม่คนสวย ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ได้โพสต์ภาพขณะกำลังออกกำลังกายทั้งที่ตั้งครรภ์ลูกน้อยจนแฟนคลับหลายคนอดห่วงไม่ได้เข้าไปคอมเม้นท์เตือนให้คำปรึกษากันยกใหญ่ผ่านอินสตาแกรมของเธอ ทำเอาสาวลิเดียต้องแคปชั่นชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกันระบุว่า... "คนท้องไม่ใช่คนป่วย ไม่ได้หักโหมในการออกกำลังกาย กำลังป้องกันอาการก้นย้วยมีการศึกษา ถ้าไม่ใช่คุณหมอกรุณาอย่าแนะนำว่าอะไรควรไม่ควร พร้อมขอบคุณที่เป็นห่วงรู้ร่างกายตัวเองดี อย่าดราม่า"

อย่างไรก็ตามสาวลีเดีย ได้เข้ามาโพสต์คลิปออกกำลังกายของคนท้อง พร้อมชี้แจงว่าอีกครั้งว่า... " Fit Pregnant Women are Inspirational อันที่จริงแล้ว คนท้องต่างจากคนป่วยนะคะ ถ้าการตั้งครรภ์ปกติและไม่มีความเสี่ยงสูงก็ออกกำลังกายได้ค่ะ
ทุกอย่างที่เดียทำได้ปรึกษาคุณหมอมาแล้วค่ะ มีคนช่วยดูแลมืออาชีพและมีประสบการทุกครั้งที่ออกกำลังกายค่ะ เดียศึกษามาก่อนแล้ว และเดียเป็นคนเคยออกกำลังกายอยู่แล้วก่อนท้อง

เดียก็มีความระมัดระวังอยู่แล้วค่ะ การออกกำลังกายจะช่วยให้สุขภาพร่างกายคุณแม่แข็งแรง และเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดค่ะ #easyaura

เครดิต โพสท์ทูเดย์

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

หลวงพ่อจรัญ

แถลงการณ์ด่วน! 'หลวงพ่อจรัญ' มรณภาพแล้ว



คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์ด่วน เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (25 ม.ค. 59) ตามที่พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมฺโม) วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เข้ารับการรักษาอาการอาพาธในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2558 ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ โดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและออกซิเจน นั้น
ต่อมาโรครุนแรงขึ้น แพทย์ได้ถวายการช่วยหายใจและถวายการรักษาประคับประคองระบบการหายใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ระยะหลังอาการทรุดลง เริ่มมีเลือดออกผิดปกติจนต้องมีการถวายเลือดและเกล็ดเลือด จนในสุดการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว ไม่สามารถถวายการรักษาประคับประคองได้ต่อไป พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมฺโม) ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ในวันที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 8.37 น.

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

สาวในรูปเซลฟี่ งานศพ"ปอ ทฤษฎี" โผล่ยอมรับผิด























ประเด็นเรื่องความเหมาะสมและจรรยาบรรณของสื่อที่เกิดขึ้นกับพิธีงานอภิธรรมศพ "ปอ ทฤษฎี สหวงษ์"ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องในสังคมออนไลน์ เช่นเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นกับ "หญิงสาวคนหนึ่ง" ที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีรูปภาพแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย พร้อมกับต่อว่าอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นภาพขณะที่เธอกำลังถ่ายเซลฟี่กับ โบ แวนด้า และ น้องมะลิ ภายในงานพิธี หลายคนเห็นพ้องว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
ล่าสุดมีรายงานว่า หญิงสาวที่ จ.บุรีรัมย์ ที่กลายเป็นจำเลยของสังคม ได้ออกมาแสดงตัวและขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยใจจริง อธิบายว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้น ลืมตัวไปจริงๆ กำลังอยู่ในพิธีงานอะไร จึงไม่ได้คำนึกถึงความเหมาะสม สาวคนดังกล่าวโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า...
"สวัสดีค่ะ หนูยอมรับว่าเป็นหนูเองค่ะ หนูขอโทษมากค่ะกับเรื่องที่เกิดขึ้น พอดีช่วงนั้นเป็นเวลาหลังจากที่พระสวดเสร็จแล้ว เขาอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ค่ะ แล้วหนูก็ดีใจากที่ได้ถ่ายกับน้องมะลิ โดยที่ลืมคิดไปว่า หนูกำลังมาอยู่ในงานอะไร
หนูยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ หนูขอโทษทุกคนด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจหนู ขอโทษมากๆ ค่ะ ขอโทษพี่โบและน้องมะลิมาก และทุกคนที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนูจะไม่หนีไปไหน และจะขอให้ทุกคนยกโทษให้กับการกระทำที่ไม่ดีนี้ ขอโทษมากและเสียใจมากค่ะ หนูยังยืนยันว่า หนูดีใจมากที่เจอน้องมะลิ แต่กลับลืมในเรื่องที่กำลังมางาน พี่ปอ ขอโทษมากๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ"
ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ข้อความขอโทษดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา บ้างก็ตอกย้ำและถามหญิงสาวที่กระทำเช่นนั้นว่า ทำไปได้อย่างไร? รู้จักกาลเทศะหรือไม่? ขณะที่ส่วนใหญ่ก็ให้อภัยหญิงสาวคนนี้ ที่ออกมาขอโทษสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยอมรับตรงไปตรงมาว่า ไม่ได้นึกคิดถึงความเหมาะสม พร้อมกับเตือนใจถึงผู้คน ให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในอนาคต

เครดิต...ติดตาม Sanook! News











วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

ปอ ทฤษฎี

ดูกี่ครั้งก็ยังฮา!!! ปอ ทฤษฎี กับเบื้องหลัง บ่วงบาป

 ต้องบอกเลยว่า...ดูกี่ครั้งก็ยังฮา!!! สำหรับเบื้องหลังละครยอดฮิต บ่วงบาป ซึ่งพระเอกนิสัยดี ปอ ทฤษฎี
ได้ฝากผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามชมกันมาแล้ว...





ข่าวบันเทิง : ดูกี่ครั้งก็ยังฮา!!! ปอ ทฤษฎี กับเบื้องหลัง บ่วงบาป             ต้องบอกเลยว่า...ดูกี่ครั้งก็ยังฮา!!! สำหรับเบื้องหลังละครยอดฮิต บ่วงบาป ซึ่งพระเอกนิสัยดี ปอ ทฤษฎี ได้ฝากผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามชมกันมาแล้วตั้งแต่ปี 2556 โดย ปอ ทฤษฎี รับบทเป็น ขุนพิทักษ์ / ทัด และมีดาราชั้นนำร่วมแสดงอีกมากมาย อาทิ พลอย เฌอมาลย์ รับบท รำพึง, หยาดทิยพ์ ราชปาล รับบท ชุ่ม / นวล, กันต์ กันตถาวร รับบท ขุนไว เป็นต้น           งานนี้แม้ ปอ ทฤษฎี จะไม่ได้อยู่เพื่อสร้างความสุขให้กับวงการบันเทิงอีกต่อไป แต่ผลงานที่ผ่านมาก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ปอ ทฤษฎี คือนักแสดงตัวจริงที่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้ชม ไม่เว้นแม้แต่ผู้ร่วมงานด้วยกันก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย เราไปชมเบื้องหลังละครบ่วงบาปที่ไม่ว่าจะดูกี่ครั้งก็ยังฮา ดูแล้วคุณจะรักผู้ชายที่ชื่อ ปอ ทฤษฎี ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อมอบเสียงหัวเราะและความสุขให้แก่ทุกคนจริงๆ
เครดิต...ขอบคุณคลิปจาก youtube โดย Polyplus Entertainment, IG portid

โบว์ แวนดา











รอยยิ้มที่เหลืออยู่ของแม่โบว์... จะเป็นใครไปไม่ได้ตอนนี้นอกจาก “มะลิน้อย” ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอกับพระเอกผู้ลาลับ ปอ ทฤษฎี ด้วยความไร้เดียงสาบวกกับความน่ารักสดใสที่ใครเห็นเป็นต้องมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดู ผ้าขาวผืนนี้คือกำลังใจสำคัญของผู้หญิงที่ต้องเข้มแข็งที่สุดอย่าง โบว์ แวนดา นั่นเอง     โดยวันนี้(22 ม.ค.) ประชาชนและคนรัก ปอ ทฤษฎี ยังคงหลั่งไหลกันเข้ามาเคารพศพอย่างต่อเนื่อง ด้านน้องชายคนโต ป๊อปปี้ วิทวัส เผยทางครอบครัวและแฟนคลับได้เตรียมของชำร่วยสำหรับวันพระราชทานเพลิงศพเป็นสมุดโน้ตและไฟฉาย โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีจะนำกระดูกของปอไปลอยอังคาร มีรายละเอียดดังนี้     ทางครอบครัวร่วมกับญาติและแฟนคลับได้ทำการจัดเตรียมของชำร่วยให้กับแขกที่เดินทางมาร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพของ ปอ ทฤษฎี ในวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม โดยมีสมุดโน้ตจำนวน 3000 เล่ม ภายในจะมีข้อความต่างๆ ที่ปอเคยเขียนไว้ ถึง โบว์ แวนดา ภรรยาและน้องมะลิ พาขวัญ และข้อความที่ครอบครัวเขียนถึงปอ นอกจากนี้ก็จะมีไฟฉายอีกจำนวน 3000 อัน     ส่วนทางคุณแม่และญาติๆ อยากจะมอบไฟฉายเพื่อเป็นแสงสว่างให้กับแขกและประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพทางครอบจะนำกระดูกของปอไปลอยอังคาร แต่ตอนนี้ยังอยู่ในส่วนของการพูดคุยตกลงกันในครอบครัวเรื่องสถานที่ๆ จะนำกระดูกไปลอยอังคารว่าจะเป็นที่ใด รวมไปถึงเรื่องวันคล้ายวันเกิดของปอที่กำลังจะถึงในวันที่ 23 มกราคมนี้ด้วย


เครดิตข่าวบันเทิงถึงคุณ!! โดย Gossipstar


อั้ม พัชราภา ไม่เข้าใจ!! ดราม่าพวงหรีดแดงเพื่อ…?

ได้รับคำชื่นชมอย่างถล่มถลาย สำหรับซุป'ตาร์สาว "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" จากการส่งพวงหรีดมาร่วมไว้อาลัยพระเอกต่างช่อง "ปอ ทฤษฎี สหวงษ์" แต่ก็ยังไม่วายถูกกระแสดราม่าเข้าจนได้ เมื่อพวงหรีดที่สาวอั้มส่งนั้นเป็นสีแดง ซึ่งถูกมองว่าไม่เหมาะสมกับการใช้มาร่วมอาลัยในงานศพ
งานนี้เมื่อมีโอกาสได้เจอ อั้ม พัชราภา เลยไม่พลาดที่จะสอบถามถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวได้เผยว่าไม่เข้าใจจะดราม่ากันทำไม ส่วนตัวตั้งใจและอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดร่วมไว้อาลัยอยู่แล้ว
มีดราม่าส่งพวงหรีดดอกไม้สีแดงให้ปอ?
"ไม่เข้าใจว่าดราม่าเพราะอะไร เพราะปกติดอกไม้ทุกสีก็ใช้ในงานศพได้อยู่แล้ว"
มีความหมายยังไง?
"คือดอกนี้มันหายากอยู่แล้ว เราก็พยายามให้พี่ช่วยกันหา จนได้ร้านนี้มา ก็อยากบอกว่าถูกใจค่ะ สีก็ถูกใจและมีรูปนกด้วยเราก็มองว่าเขาใส่ใจมากๆ เลย"
เจอคนที่ไม่เข้าใจแบบนี้มันบั่นทอนจิตใจเราไหม?
"ไม่บั่นทอนเลย ก็คงมีแค่คนเดียวมั่งคะ อย่าไปคิดมากค่ะ"
มีโอกาสอยากไปร่วมงานไหม?
"อยากไปค่ะ"
หลายคนชื่นชมเป็นดาราต่างช่องแต่ยังมีน้ำใจ?
"ทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนกันค่ะ เสียใจและเสียดายด้วย เราเองก็เคยเจอเคยร่วมงานกัน ปอเขาเป็นคนเรียบร้อย นิสัยดีค่ะ"
หายหน้าจากอีเว้นท์ไปนานพอสมควร?
"ตอนนี้ถ่ายละครแล้วค่ะ เรื่องเดียวแต่เหนื่อยมาก เหมือนถ่าย2เรื่อง อ่านบทก็ยากและยากด้วย"
ก่อนหน้านี้เห็นไปเที่ยว มีใส่ชุดว่ายน้ำโชว์ด้วย
"ก็มันมีช่วงหนึ่งที่อ้วนขึ้นมา ตอนนี้เริ่มผอมก็เลยอยากถ่ายเก็บบ้าง"
มีแฟนๆ เรียกร้องอยากให้ถ่ายจริงจัง?
"ก็ไม่รู้ค่ะ แล้วแต่อารมณ์อยากถ่ายก็ถ่ายไม่อยากถ่ายก็ไม่ถ่าย ไม่ได้อะไรมากมาย"
มีติดต่อมาบ้างไหม?
"ก็มีมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ถ่ายค่ะ คือถ้าอยากถ่ายก็อยากถ่ายกับเพื่อนมากกว่า แล้วแต่อารมณ์ไม่ได้ชอบตั้งใจจะถ่าย"
ภาพงานวันเกิดมีคนบอกว่าเหมือนถ่ายพรีเวดดิ้งเลย?
"คือภาพมันสวย คนก็เลยคิดกันไปเอง ตอนนี้ก็ยังค่ะ ไม่ค่ะ"
มีข่าวว่าแอมป์ให้เครื่องเพชร 10 ล้านเป็นของขวัญวันเกิด?
"ไม่มีค่ะ ไม่ใช่ค่ะ ส่วนให้อะไรนั้นไม่บอกค่ะ"
ถูกใจไหม?
"ใครให้ของขวัญอะไรมาก็ถูกใจหมดค่ะ"